วัดพระธรรมกายไม่ยุ่งเกี่ยว
แต่ก็ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่
ในกรณีที่ดีเอสไอบุกวัดพระธ
ศิษย์วัดไม่ได้มองว่าปัญหาเ
เนื้อหาสาระของตัวบทกฎหมาย
แต่มองว่า ปัญหาอยู่ที่วิธีการใช้กฎหม
เพราะมีการใช้อำนาจการเมือง
กระบวนการยุติธรรมให้บิดเบี
จนถึงขั้นมีนักกฎหมายหลายท่
ออกมาท้วงติงหลายครั้งหลายห
ยกตัวอย่างเช่น
กรณีที่ 1 ดีเอสไอสั่งใช้รถหุ้มเกราะ
ถ้าจับตัวได้ จะนำตัวไปจับสึกติดคุกทันที
กรณีที่ 2 คุณไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวในรายการถามตรงๆ ว่า
ถ้าจับตัวได้ ต้องใช้ พรบ.สงฆ์ มาตรา 30 ต้องจับสึกสถานเดียว
ถ้าจับไม่ได้ คุณไพบูลย์ก็อยู่ไม่ได้บ้าง
และที่ทำให้กระแสข่าวโหมหนั
กรณีที่ 3 รมว. ยุติธรรมกล่าวว่า
1) ถ้าจับตัวไม่ได้ ก็ฟ้องโดยไม่ต้องมีผู้ต้องห
2) ถ้าจับตัวได้ต้องจับสึกสถาน
นี่คือคำประกาศิตผ่านสื่อขอ
การใช้อำนาจการเมืองสร้างกร
ทำให้มั่นใจว่า เบื้องหลังกระบวนการยุติธรร
ต้องมีอำนาจการเมืองคอยบงกา
ดังนั้น การเข้าสู่กระบวนการยุติธรร
ที่แม้แต่รัฐบาล คสช. เอง ยังไม่รู้สึกผิดสังเกตกับเร
จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันต
มีโอกาสที่หลวงพ่อท่านจะถูก
ก่อนจะทันได้พิสูจน์ความบริ
นี่จึงเป็นที่มาที่ไปของเหต
ทำไมศิษย์วัดจึงต้องประกาศอ
รอให้ คสช. บริหารจัดการประเทศ
ให้เข้าสู่ประชาธิปไตยที่สม
ถึงจะแน่ใจได้ว่า กระบวนการยุติธรรม
ไม่มีการเมืองแอบแฝงอยู่เบื
ที่สำคัญก็คือ ข้อหาที่หลวงพ่อท่านโดนอยู่
ไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะวัด
แต่มีผลกระทบต่อพระสงฆ์ 3 แสนรูป
และสามหมื่นวัดทั่วประเทศ
หากทุกฝ่ายดำเนินการอย่างขา
ก็มีสิทธิทำให้พระทั้งประเท
ด้วยข้อหาการรับบริจาคคือกา
ซึ่งนั่นคือความล่มสลายของพ
โดยอาศัยวัดพระธรรมกายเป็นเ
ดังนั้น ในมุมมองของศิษย์วัดขณะนี้
การไม่เสี่ยงทำอะไรอย่างบุ่
ที่มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสน
ในสถานการณ์ที่กระบวนการยุต
มีอำนาจการเมืองชี้นำอยู่เบ
จึงถือว่าดีกับพระสามแสนรูป
และปลอดภัยกับวัดสามหมื่นวั
17มิ.ย.59
https://www.facebook.com/karanee072
